รวม 15 ของฝากญี่ปุ่น ของกิน ของใช้ 2026 สายช้อปต้องจดลิสต์

ถ้าพูดถึงประเทศที่สายเที่ยวและสายช้อปปิ้งชอบกลับไปซ้ำทุกปี “ญี่ปุ่น” ยังเป็นจุดหมายที่หลายคนนึกถึงเสมอ ไม่ใช่แค่เรื่องวิวสวย อาหารอร่อย หรือการเดินทางสะดวก แต่ “ของฝากญี่ปุ่น” ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้หลายคนเผื่อพื้นที่กระเป๋าตั้งแต่วันไป เพราะมีตั้งแต่ขนมขึ้นชื่อ สกินแคร์ ของใช้ ไปจนถึงของจุกจิกน่ารักที่หาซื้อในไทยได้ยาก ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น บทความนี้รวมลิสต์ของฝากญี่ปุ่นที่น่าซื้อกลับไทย พร้อมอัปเดตกฎ Tax-Free แบบเข้าใจง่าย
15 ของฝากญี่ปุ่นน่าซื้อกลับไทย
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีของฝากหลายแนว หลายอย่างมีเฉพาะบางเมือง ทำให้การเลือกของฝากญี่ปุ่นกลายเป็นอีกหนึ่งสีสันของทริป หากกำลังหาไอเดียว่าไปเที่ยวครั้งนี้จะซื้ออะไรกลับมาบ้าง เราได้รวบรวมลิสต์ของกินของใช้ที่น่าสนใจมาให้แล้ว
1. ขนมญี่ปุ่น

หากนึกถึงของฝากญี่ปุ่นอันดับแรก ๆ คงหนีไม่พ้นหมวดขนมและของหวาน เพราะมีให้เลือกหลากหลาย รสชาติอร่อยถูกปาก และแพ็กเกจน่ารักชวนซื้อ เหมาะแก่การนำไปแจกจ่ายเพื่อนร่วมงานหรือคนในครอบครัว ตัวอย่างขนมยอดนิยม เช่น
- Royce Nama Chocolate นามะช็อกโกแลตจากฮอกไกโดเนื้อเนียนนุ่มละลายในปาก มีหลายรสให้เลือกเช่น รสชาเขียวมัทฉะ รสโกโก้ หรือแชมเปญ
- Tokyo Banana สปันจ์เค้กเนื้อนุ่มฟูรูปกล้วยสอดไส้ครีมคัสตาร์ดหอมหวาน มีลวดลายตามเทศกาลหรือลายการ์ตูนน่ารักให้เลือกซื้อ
- Shiroi Koibito คุกกี้แผ่นบางสอดไส้ไวท์ช็อกโกแลต ความหอมหวานของช็อกโกแลตเข้ากันดีกับแป้งคุกกี้กรอบร่วน แพ็กเกจสวยงามดูดี
- KitKat รสชาติพิเศษ รสชาติที่หาซื้อยากในไทยเช่น รสมัทฉะ รสวาซาบิ รสเมลอน หรือรสซากุระ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
- Mochi ขนมญี่ปุ่นดั้งเดิมทำจากแป้งข้าวเหนียวเนื้อนุ่มเหนียว มีทั้งไส้ถั่วแดง ไส้ชาเขียว หรือสอดไส้สตรอว์เบอร์รีสด
2. สินค้าคาแรกเตอร์ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นแหล่งกำเนิดของการ์ตูนและแอนิเมชันชื่อดังมากมาย สินค้าคาแรกเตอร์จึงเป็นของฝากที่ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ สินค้าเหล่านี้มีให้เลือกตั้งแต่ตุ๊กตา พวงกุญแจ ไปจนถึงของใช้ในชีวิตประจำวัน
- Monchhichi ตุ๊กตาลิงน้อยหน้ากลมสุดคลาสสิกที่มีรอยยิ้มน่ารัก มาพร้อมขวดนมเล็ก ๆ มีชุดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายหลากหลายสไตล์ให้เลือกสะสม
- สินค้าจาก Sanrio ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าใส่เหรียญ ปากกา หรือแก้วน้ำ ที่มีลวดลายตัวละครสุดน่ารัก
- สินค้าจาก Studio Ghibli เช่น ตุ๊กตาโตโตโร่ หรือของใช้ลายการ์ตูนจากภาพยนตร์แอนิเมชันที่หลายคนชื่นชอบ
- โมเดลฟิกเกอร์จากซีรีส์ดัง เช่น One Piece, Dragon Ball หรืองานปั้นจากเกมต่าง ๆ ซึ่งมีความละเอียดสวยงาม เหมาะสำหรับนักสะสม
3. ชาเขียวมัทฉะแท้

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดื่มชา ญี่ปุ่นมีชื่อเสียงเรื่องการปลูกและผลิตชาคุณภาพสูง โดยเฉพาะชาจากแถบเมืองอูจิในเกียวโต มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวและรสชาติกลมกล่อม สามารถหาซื้อได้ทั้งแบบผงสำหรับชงดื่มแบบดั้งเดิม ชาเขียวแบบซองสำหรับชงง่าย ๆ หรือผงมัทฉะสำหรับนำไปทำขนมเบเกอรี ซื้อกลับมาฝากผู้ใหญ่รับรองว่าต้องประทับใจ
4. พวงกุญแจหรือของที่ระลึก

ของชิ้นเล็ก ๆ อย่างพวงกุญแจ แม่เหล็กติดตู้เย็น หรือของจุกจิกสไตล์พื้นเมือง เป็นของฝากญี่ปุ่นที่หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง และมีความหมายดี เช่น กระเป๋าใส่เหรียญปากกบหรือกระเป๋ากะมะกุจิ ซึ่งเป็นงานฝีมือที่แสดงถึงความประณีต มีลวดลายผ้าแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมและแบบประยุกต์ให้ดูทันสมัยขึ้น ใช้ใส่เหรียญหรือของชิ้นเล็ก ๆ ได้สะดวก
5. เครื่องรางญี่ปุ่น (Omamori)

การแวะศาลเจ้าหรือวัดเป็นกิจกรรมยอดฮิต และการเช่าเครื่องรางกลับมาเป็นของฝากก็เป็นธรรมเนียมที่หลายคนนิยมทำ เครื่องรางโอมาโมริมีลักษณะเป็นถุงผ้าขนาดเล็ก ปักลวดลายสวยงาม ด้านในบรรจุคำอวยพรหรือยันต์ มีหลากหลายประเภทให้เลือกตามความปรารถนา เช่น เครื่องรางขอให้การเรียนราบรื่น เครื่องรางเสริมดวงความรัก หรือเครื่องรางคุ้มครองให้เดินทางปลอดภัย
6. ตุ๊กตาดารุมะ (Daruma)

ตุ๊กตากระดาษเปเปอร์มาเช่ทรงกลมสีแดงหน้าตาดุดัน เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังและความโชคดีของชาวญี่ปุ่น นิยมซื้อเป็นของฝากญี่ปุ่นเพื่ออวยพรให้ผู้รับประสบความสำเร็จ วิธีการใช้งานคือให้วาดตาข้างขวาพร้อมอธิษฐานขอพร เมื่อสิ่งที่หวังเป็นจริงจึงค่อยกลับมาวาดตาข้างซ้ายให้สมบูรณ์ เป็นกิมมิกน่ารัก ๆ ที่แฝงความหมายอันลึกซึ้ง
7. สกินแคร์และเครื่องสำอาง

สาว ๆ ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องไม่พลาดโซนความงาม เพราะสกินแคร์และเครื่องสำอางเป็นของฝากญี่ปุ่นที่คุณภาพดีและราคาจับต้องได้ ผลิตภัณฑ์มักเน้นความอ่อนโยนและส่วนผสมบำรุงผิวที่เหมาะกับคนเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นแผ่นมาสก์หน้า ครีมกันแดด โลชันน้ำตบ ลิปบาล์ม สามารถเลือกซื้อได้ทั้งจากดรักสโตร์ ร้านเครื่องสำอางในห้าง หรือร้านปลอดภาษีตามสนามบิน
8. วิตามินและอาหารเสริม

ของฝากญี่ปุ่นอีกหมวดที่คนไทยนิยมคือวิตามินและอาหารเสริม เพราะมีตัวเลือกหลากหลายและซื้อได้ตามร้านขายยา เช่น วิตามินบำรุงผิว วิตามินสายตา คอลลาเจน ยาหยอดตา และยาแก้เมื่อย ทั้งนี้ควรซื้อในปริมาณเหมาะกับการใช้งานส่วนตัว และตรวจสอบข้อกำหนดนำเข้าก่อนเดินทางกลับ
9. เสื้อผ้า

เสื้อผ้าญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งของฝากญี่ปุ่นที่หลายคนตั้งใจเว้นพื้นที่กระเป๋าไว้ซื้อกลับ เพราะดีไซน์เรียบ ใส่ง่าย และหยิบมาแมตช์ได้หลายลุค เนื้อผ้ามักให้สัมผัสสบาย ใส่ได้ทั้งอากาศเย็นและอากาศร้อนแบบเมืองไทย แบรนด์ยอดนิยมอย่าง Uniqlo, GU, Muji, Beams และ Urban Research ก็มีทั้งเสื้อผ้าลำลอง เสื้อคลุม กางเกง รวมถึงไอเทมแฟชั่นตามฤดูกาลให้เลือกครบ อีกทั้งตามย่านดังอย่างชิบูย่า ชินจูกุ และอุเมดะ ยังมีร้านเสื้อผ้ามือสองคุณภาพดีราคาเข้าถึงง่ายให้เลือกเดินอีกจำนวนมาก
10. รองเท้าผ้าใบ

รองเท้าผ้าใบเป็นของฝากญี่ปุ่นที่สายแฟชันและสายสตรีตหลายคนรอชอประหว่างทริป เพราะในญี่ปุ่นมักมีรุ่นลิมิเต็ด สีเฉพาะประเทศ และคอลเลกชันที่หาซื้อในไทยได้ยาก แบรนด์ยอดนิยมอย่าง Onitsuka Tiger, New Balance Japan, Asics และ Adidas Japan Edition ก็มีให้เลือกตั้งแต่รุ่นคลาสสิกไปจนถึงรุ่นที่กำลังได้รับความนิยม แนะนำให้ลองสวมจริงก่อน เพราะรองเท้าบางรุ่นของญี่ปุ่นอาจมีขนาดต่างจากไซซ์ไทยเล็กน้อย
11. เครื่องปรุงญี่ปุ่น

สายทำอาหารหรือคนที่ชอบเมนูญี่ปุ่นมักไม่พลาดโซนเครื่องปรุง ไม่ว่าจะเป็นซุปมิโสะสำเร็จรูป ผงโรยข้าว ซอสเทอริยากิ น้ำสลัดงาคั่ว หรือแกงกะหรี่ก้อน แต่ละแบรนด์ก็มีสูตรเฉพาะและรสชาติแตกต่างกันไป หลายคนนิยมซื้อกลับมาตุนไว้ทำอาหารที่บ้าน หรือแบ่งใส่ถุงเล็ก ๆ ฝากเพื่อนและครอบครัวก็สะดวก อีกทั้งตามซูเปอร์มาร์เก็ตและดรักสโตร์ยังมีแพ็กขนาดพกง่ายให้เลือกจำนวนมาก
12. เครื่องเขียน

เครื่องเขียนญี่ปุ่นเป็นของฝากญี่ปุ่นที่ถูกใจทั้งวัยเรียน วัยทำงาน และคนชอบจดโน้ต ไม่ว่าจะเป็นปากกาเจล สมุดแพลนเนอร์ เทปตกแต่ง สติกเกอร์ หรือดินสอกด หลายแบรนด์ยังมีสีและลายเฉพาะฤดูกาลที่หาซื้อได้เฉพาะในญี่ปุ่น ทำให้สายสะสมแวะร้านเครื่องเขียนแทบทุกทริป ย่านยอดนิยมอย่าง Loft, Tokyu Hands และร้าน 100 เยนก็มีสินค้าให้เลือกหลายราคา
13. อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่หลายคนตั้งใจมาซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพราะมีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผม เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า หูฟัง กล้องถ่ายรูป หรือเครื่องนวดพกพา เหมาะทั้งซื้อใช้เองและซื้อเป็นของฝาก ก่อนตัดสินใจซื้อ แนะนำให้ตรวจสอบแรงดันไฟ รูปแบบปลั๊ก และเงื่อนไขประกันสินค้าให้เรียบร้อย โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องใช้งานต่อเนื่องในไทย
14. พัดญี่ปุ่น

พัดญี่ปุ่นเป็นของฝากที่ให้กลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่นชัดเจน ทั้งลายดอกไม้ ลายคลื่นทะเล ลายภูเขาไฟฟูจิ และลายศิลปะแบบดั้งเดิม หลายคนนิยมซื้อกลับมาเป็นของที่ระลึกหรือใช้ตกแต่งบ้าน เพราะมีทั้งแบบพับได้และแบบทำมือที่มีรายละเอียดสวยงาม ตามแหล่งท่องเที่ยวและตลาดพื้นเมืองมักมีให้เลือกหลายขนาด หลายสี และหลายราคา บางร้านยังมีลายประจำเมืองหรือประจำฤดูกาลที่เหมาะกับซื้อเก็บไว้เป็นความทรงจำจากทริปญี่ปุ่นอีกด้วย
15. ของเล่นกาชาปอง

กาชาปองเป็นของฝากที่สร้างความสนุกได้ตั้งแต่ตอนหมุน เพราะไม่มีใครรู้ว่าจะได้ชิ้นไหนออกมา ภายในตู้มีทั้งตัวการ์ตูนดัง ของจิ๋ว ของสะสม และไอเทมแปลก ๆ ที่ออกแบบได้น่ารักจนหลายคนหยุดหมุนไม่ได้ จุดเด่นคือราคาเข้าถึงง่าย ทำให้ซื้อเล่นได้เพลิน ๆ ระหว่างเดินเที่ยวตามสถานีรถไฟ ห้างสรรพสินค้า หรือย่านอนิเมะอย่างอากิฮาบาระ หลายคอลเลกชันยังเป็นแบบลิมิเต็ดที่มีเฉพาะช่วงเวลา ทำให้กาชาปองกลายเป็นอีกหนึ่งของฝากญี่ปุ่นที่ทั้งนักท่องเที่ยวและสายสะสมตามหาอยู่เสมอ
ซื้อของฝากจากญี่ปุ่นที่ไหนดี
ถ้าอยากซื้อของฝากญี่ปุ่นครบในที่เดียว ร้านยอดนิยมที่หลายคนแวะคือ ดอนกิโฮเต้ หรือ “ดองกี้” (Don Quijote) แหล่งรวมสินค้าสารพัดสิ่งตั้งแต่องกิน ขนม เครื่องสำอาง ไปจนถึงของใช้จุกจิก มีสินค้าให้เลือกครบจบในที่เดียว นอกจากนี้ยังมีจุดชอปยอดฮิตอื่น ๆ เช่น
- ดรักสโตร์ Matsumoto Kiyoshi
- ห้าง Loft
- Tokyu Hands
- Pokémon Center
- ร้าน 100 เยน
- ร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน
อัปเดตกฎ Tax-Free 2026
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป ญี่ปุ่นเตรียมปรับระบบ Tax-Free รูปแบบใหม่ จากเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถหักภาษีได้หน้าร้าน จะเปลี่ยนเป็นการชำระราคาสินค้ารวมภาษีก่อน แล้วค่อยดำเนินการขอคืนภาษีตอนเดินทางออกจากประเทศที่สนามบินหรือท่าเรือแทน ทำให้สายชอปที่ซื้อของฝากจำนวนมากควรวางแผนเวลาให้ดีมากขึ้น
ขั้นตอนใหม่จะเป็นลักษณะซื้อสินค้า → จ่ายเต็มราคา → นำเอกสารและสินค้าที่ซื้อไปทำ Refund ก่อนเช็กอินหรือโหลดกระเป๋า โดยเจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบสินค้าที่ซื้อแบบ Tax-Free ว่ายังอยู่ครบหรือไม่ เพราะบางกรณีต้องแสดงสินค้าให้ศุลกากรตรวจเพิ่มเติม
หลังสแกนพาสปอร์ตที่เครื่อง Tax-Free Procedure Terminal ระบบจะแสดงผล 2 แบบ ได้แก่
- Green หมายถึงผ่านการตรวจสอบ สามารถดำเนินการต่อได้
- Red หมายถึงต้องนำสินค้าและเอกสารไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจเพิ่มเติม
สรุปง่าย ๆ คือ ระบบใหม่ของ Tax-Free ญี่ปุ่นปี 2026 เปลี่ยนจาก “ลดภาษีตอนซื้อ” มาเป็น “จ่ายเต็มก่อน แล้วค่อยขอคืนภาษีตอนออกนอกประเทศ” ใครวางแผนซื้อของฝากหลายร้าน หรือมีใบเสร็จจำนวนมาก ควรเผื่อเวลาที่สนามบินเพิ่ม เพื่อให้ขั้นตอนคืนภาษีเป็นไปอย่างราบรื่น
สรุปบทความ
ของฝากญี่ปุ่นเต็มไปด้วยตัวเลือกน่าสนใจ ทั้งขนม สกินแคร์ เสื้อผ้า วิตามิน เครื่องเขียน และของสะสมเฉพาะเมือง หลายอย่างมีเฉพาะในญี่ปุ่น ทำให้การชอปกลายเป็นอีกหนึ่งความสนุกของการเดินทาง ใครกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น แนะนำให้ลิสต์ของที่อยากซื้อไว้ล่วงหน้า เผื่อพื้นที่กระเป๋า และเช็กร้าน Tax-Free ก่อนเดินทาง จะช่วยจัดงบได้ง่ายขึ้น
เที่ยวญี่ปุ่นและชอปของฝากญี่ปุ่นได้สะดวกมากขึ้นกับบัตรเครดิต CardX JCB PLATINUM บัตรเครดิตต่างประเทศที่เหมาะกับสายเที่ยวเอเชีย รับเครดิตเงินคืน 3%* ตั้งแต่บาทแรก เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน ตอบโจทย์คนที่อยากใช้จ่ายระหว่างทริปแบบคล่องตัว ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมาก พร้อมสิทธิประโยชน์บริการห้องรับรองในสนามบิน Airport Lounge กว่า 60 แห่งทั่วโลก* (ห้องรับรองสนามบินในประเทศญี่ปุ่น/ ฮาวาย และห้องรับรอง LoungeKey) ดูรายละเอียดหรือโปรโมชันบัตรเครดิตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ CardX หรือแอป CardX
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ควรแลกเงินเยนไปเท่าไรสำหรับชอปปิง
จำนวนเงินที่ควรแลกขึ้นอยู่กับรูปแบบการเที่ยว จำนวนวันเดินทาง และแผนชอปปิงของแต่ละคน หากเน้นซื้อของฝาก กินร้านทั่วไป หรือเดินตลาดท้องถิ่น หลายคนมักเตรียมเงินสดประมาณ 10,000–20,000 เยน สำหรับค่าเดินทาง ร้านเล็ก ๆ และร้านที่ยังไม่รับบัตร ส่วนค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ เช่น ห้าง ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแบรนด์แฟชัน นิยมใช้บัตรเครดิต หรือบัตร Travel Card เพื่อช่วยลดการพกเงินสดจำนวนมาก จัดการอัตราแลกเปลี่ยนได้สะดวกขึ้น และได้รับสิทธิประโยชน์ตามประเภทบัตรเครดิตที่เลือกใช้
เครื่องสำอางญี่ปุ่นต่างจากที่ขายในไทยไหม
บางรุ่นเป็นสูตรที่ผลิตเฉพาะในญี่ปุ่น และบางช่วงจะมีลายลิมิเต็ดหรือแพ็กเกจเฉพาะฤดูกาล ทำให้หลายคนเลือกซื้อจากญี่ปุ่นโดยตรง
ไปโอซาก้า ควรซื้ออะไรเป็นของฝาก
โอซาก้าขึ้นชื่อเรื่องขนมท้องถิ่น ของกินรสเข้ม และกาชาปอง รวมถึงดรักสโตร์ขนาดใหญ่ที่มีทั้งสกินแคร์ วิตามิน และของฝากให้เลือกครบในย่านเดียว
บัตรเครดิต : ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
กรณีเบิกถอนเงินสดล่วงหน้าจากบัตรเครดิตจะต้องชำระค่าธรรมเนียมและเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่เบิกถอน
บัตรสินเชื่อ บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล : กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี



