ค่าธรรมเนียมการใช้บัตรฯเป็นสกุลเงินบาท ณ ร้านค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศ (Dynamic Currency Conversion) คือ ค่าธรรมเนียมการใช้จ่ายผ่านบัตรฯในสกุลเงินบาทเพื่อทำการ ซื้อสินค้า บริการ และ/หรือ การกดเงินสดที่เป็นสกุลเงินบาท ณ ร้านค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศ (รวมถึงร้านออนไลน์ที่จดทะเบียนต่างประเทศ) ในอัตราร้อยละ 1 ของยอดใช้จ่าย
ประเภทการทำรายการที่เข้าข่ายจะถูกคิดค่าธรรมเนียม 1%
ร้านค้าจะทำการแสดงมูลค่าสินค้าเป็นสกุลเงินบาทซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้เห็นราคาสุทธิที่จะต้องจ่ายจริงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนก่อนทำการตัดสินใจชำระค่าสินค้า
ในกรณีซื้อสินค้าผ่านช่องทาง online หรือ ผ่านทางโทรศัพท์ กับร้านค้าออนไลน์ ที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย และอนุญาติให้มีการชำระเป็นสกุลเงินบาท จะเข้าข่ายในการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้จ่าย 1% เพราะเสมือนเป็นการทำรายการร้านค้าที่ต่างประเทศ
ถึงแม้ว่าร้านค้าออนไลน์นั้นจะเป็น website ที่ลงท้ายด้วย “.co.th” และมีการแสดงราคาเป็นสกุลเงินบาทร้านค้าออนไลน์นั้นๆอาจจะมีการจดทะเบียนร้านค้าในต่างประเทศ หรือ มีกระบวนการจ่ายเงินที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ก็เข้าข่ายที่จะถูกคิดค่าธรรมเนียม 1%
หมายเหตุ
- การที่ลูกค้าจ่ายราคาสินค้าเป็นสกุลเงินบาท (Dynamic Currency Conversion) อาจจะทำให้ราคาสินค้าที่ถูกเรียกเก็บ สูงกว่าการชำระเป็นสกุลเงินต่างประเทศ เนื่องจากร้านค้าอาจจะมีการใช้อัตราแลกเปลี่ยน (ที่ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า) ที่สูงกว่าค่าอัตราแลกเปลี่ยนที่เรียกเก็บจากสถาบันผู้ออกบัตรฯ
- ค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นส่วนที่เรียกเก็บจากทางผู้ให้บริการกลาง เช่น VISA, Mastercard ถึงบริษัทผู้ออกบัตร ในกรณีที่ผู้ถือบัตรฯมีการจ่ายตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการ
- ผู้ถือบัตรควรทำการตรวจสอบกับร้านค้าโดยศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการชำระเงินและค่าธรรมเนียมก่อนซื้อสินค้า / บริการ

FQ&A
ถาม: DCC Fee (Dynamic Currency Conversion Fee) คืออะไร?
ตอบ: DCC fee คือ ค่าธรรมเนียมการใช้บัตรฯเป็นสกุลเงินบาท ณ ร้านค้าที่จดทะเบียนในต่างประเทศ หรือ Dynamic Currency Conversion fee (DCC fee) โดยจะเรียกเก็บสำหรับรายการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในการซื้อสินค้า บริการ และ/หรือ การกดเงินสดที่เป็นสกุลเงินบาท ที่ร้านค้าต่างประเทศ (รวมถึงร้านออนไลน์ที่จดทะเบียนต่างประเทศ) ในอัตราร้อยละ 1 ของยอดใช้จ่าย
ถาม: อัตราเรียกเก็บค่าบริการ?
ตอบ: เรียกเก็บอัตราร้อยละ 1 ของยอดใช้จ่ายในร้านค้าต่างประเทศหรือร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศ
ตัวอย่าง
- จองโรงแรมที่เป็นโรงแรมในต่างประเทศกับ booking.com โดยชำระเป็นสกุลเงินไทยจำนวน 3,000 บาท จะมีค่าบริการ DCC fee 1% ของยอด 3,000 บาท คือ 30 บาท
- ค่าบริการเติมเงินซื้อเกมร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศผ่าน app store จำนวน 100 บาท จะมีค่าบริการ DCC fee 1% ของยอด 100 บาท คือ 1 บาท
ถาม: วันที่มีผล?
ตอบ: บริษัทฯได้ประกาศผ่อนผันการเก็บค่าธรรมเนียมจากเดิมที่มีกำหนดเริ่ม 1 พฤษภาคม 2567 นั้นเพื่อให้ลูกค้าได้ศึกษาและทำความเข้าใจเพิ่มเติม บริษัทฯ จึงพิจารณาผ่อนผันการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวออกไป อย่างไม่มีกำหนด โดย บริษัทฯจะทำการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอีกครั้ง ก่อนมีการเรียกเก็บจริง
ถาม: ทำไมต้องมีการเรียกเก็บค่า DCC fee?
ตอบ: เนื่องจากเป็นค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการ (Visa และ Mastercard) เรียกเก็บกับบริษัทฯ จากรายการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินบาท ณ ร้านค้าจดทะเบียนต่างประเทศ ตามข้อกำหนดของผู้ให้บริการ
ถาม: สามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศเป็นสกุลเงินบาทได้ วันไหน?
ตอบ: ลูกค้าสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมได้ ณ วันที่บันทึกรายการ (Posting Date)
ถาม: ค่าธรรมเนียมรายการใช้จ่ายในร้านค้าต่างประเทศด้วยสกุลเงินบาท จะถูกเรียกเก็บกับบัตรเครดิตประเภทใดบ้าง?
ตอบ: บัตรเครดิตวีซ่า และ มาสเตอร์การ์ดทุกประเภทรวมถึงทั้งบัตรหลักและบัตรเสริม
ถาม: ค่าธรรมเนียม 1% คิดอย่างไร?
ตอบ: คิดค่าใช้จ่าย 1% จากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรด้วยสกุลเงินบาท โดยคิดจากยอด ณ วันที่บันทึกรายการใช้จ่าย
ถาม: การเก็บค่าธรรมเนียมรวมถึงร้านค้าประเภทไหนบ้าง?
ตอบ: ร้านค้าในต่างประเทศและเลือกชำระด้วยสกุลเงินไทย รวมถึงร้าน Online ที่จดทะเบียนต่างประเทศเช่น AIRASIA BERHAD, NETFLIX, APPLE, TikTok, AGODA, Booking, Klook, IHERB, ALIPAY, TAOBAO, PAYPAL เป็นต้น (ข้อมูลร้านค้าตัวอย่าง ณ วันที่ 31 มกราคม2567 ทั้งนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงการจดทะเบียน ขึ้นอยู่กับร้านค้า)
ถาม: ประเภทการทำรายการที่เข้าข่ายจะถูกคิดค่าธรรมเนียม 1%
ตอบ: ร้านค้าจะทำการแสดงมูลค่าสินค้าเป็นสกุลเงินบาทซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้เห็นราคาสุทธิที่จะต้องจ่ายจริงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนก่อนทำการตัดสินใจชำระค่าสินค้า ในกรณีซื้อสินค้าผ่านช่องทาง online หรือ ผ่านทางโทรศัพท์ กับร้านค้าออนไลน์ ที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย และอนุญาติให้มีการชำระเป็นสกุลเงินบาท จะเข้าข่ายในการเก็บค่าธรรมเนียมการใช้จ่าย 1% เพราะเสมือนเป็นการทำรายการร้านค้าที่ต่างประเทศ ถึงแม้ว่าร้านค้าออนไลน์นั้นจะเป็น website ที่ลงท้ายด้วย “.co.th” และมีการแสดงราคาเป็นสกุลเงินบาทร้านค้าออนไลน์นั้นๆอาจจะมีการจดทะเบียนร้านค้าในต่างประเทศ หรือ มีกระบวนการจ่ายเงินที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ก็เข้าข่ายที่จะถูกคิดค่าธรรมเนียม 1%



